สิงห์บลูส์กำลังคึก!เอโต้ทีเด็ดต้อนสาลิกาดง

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ สิงห์บลูส์ เพิ่งทำผลงานเยี่ยม พาทีมบุกชนะ แมนฯ ซิตี้ 1-0 ทั้งที่ก่อนหน้านั้นสะดุดเสมอ เวสต์แฮม คาบ้าน 0-0

สภาพทีมยังขาด เฟร์นานโด ตอร์เรส บาดเจ็บเข่า ส่วนแข้งใหม่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ มีชื่อสำรองนัดก่อน แต่ยังไม่ได้ลงเล่น อาจได้ประเดิมเกมนี้

การจัดทัพ อาจเห็นการแก้ไข แฟร้งค์ แลมพาร์ด มีลุ้นคืนตัวจริง หลังเลือก ดาวิด ลุยซ์ ขยับขึ้นมายืนกลางรับนัดก่อน

ผู้พิทักษ์ประตู ปีเตอร์ เช็ก ลงเฝ้าเสา แผงหลัง บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์, จอห์น เทอร์รี่, เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า

คู่กลาง รามิเรส คุมเกมกับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด แนวรุกเรียก ออสการ์ กลับมาประสานงานกับ วิลเลี่ยน, เอแดน อาซาร์ และหน้าเป้า ซามูเอล เอโต้

ฝั่ง สาลิกาดง เพิ่งโดนแฟนบอลทีมตัวเองโห่ใส่อย่างหนัก หลังปราชัยคาบ้านต่อ ซันเดอร์แลนด์ 0-3 ในเกมดาร์บี้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

บริการโทรต่างประเทศ ราคาประหยัด แฟนบอล สาลิกาดง ไม่พอใจหนักที่ขาย โยอัน กาบาย ไปให้ ปารีส แซงต์ แชร์กแม็ง ส่งผลให้ โจ คินเนียร์ ผู้อำนวยการกีฬา ลาออกไปแล้ว

สภาพทีมกุนซือ อลัน พาร์ดิว ยังขาด โลอิก เรมี่ ติดโทษแบนนัดที่ 2 จาก 3 นัด โยอัน กุฟฟร็อง กับ ปาปิสส์ ซิสเซ่ ก็ยังบาดเจ็บทั้งคู่

For related article, please visit สิงห์บลูส์กำลังคึก!เอโต้หมัดเด็ดต้อนสาลิกาดง.

สื่อแฉ!หงส์เล็งสอยอินแลร์ซัมเมอร์นี้

สื่อกีฬาดัง ตีข่าว ลิเวอร์พูล มีลุ้นที่จะคว้าตัว โกคาน อินแลร์ มิดฟิลด์ นาโปลี ไปร่วมกองทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังพวกเขาพยายามทำมาแล้วเมื่อเดือนม.ค.ที่ผ่านมา แต่คว้าน้ำเหลว ด้านเอเยนต์บอกเป็นนัยๆ มีทีมจากอังกฤษ, เยอรมนี และ ตุรกี สนดึงลูกค้าของเขาไปเสริมเข้มแข็ง

“สปอร์ต วิทเนสส์” สื่อกีฬาชื่อดัง รายงาน ลิเวอร์พูล ยักษ์ใหญ่ขวัญใจมหาชนแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ พร้อมที่จะกลับไปล่าตัวโกคาน อินแลร์ กองกลาง นาโปลี สโมสรชั้นนำประจำกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ในช่วงซัมเมอร์นี้ หลัง “หงส์แดง” เคยพยายามดึงตัวมาแล้วในช่วงตลาดนักฟุตบอลเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่ไม่สำเร็จ

สำหรับเรื่องนี้มีความเป็นไปได้สูง เนื่องจาก ดิโน่ แลมแบร์ตี้ เอเยนต์ ดาวเตะทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ เผยว่ามีสโมสรจากอังกฤษ, เยอรมนี และ ตุรกี แสดงความสนใจในตัวนักฟุตบอล แต่ อินแลร์ ก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการย้ายหนี “อัซซูร่า” กระนั้นก็มีการคาดเดาไม่หยุดหย่อนว่ามีความเป็นไปได้ที่ตอนนี้กำลังจะมีการพูดคุยแบบลับๆ กันอยู่

ก่อนหน้านี้ อินแลร์ โดยวิพากษ์วิจารณ์เรื่องฟอร์มการเล่นจากแฟนบอล นาโปลี ซึ่งสงสัยเรื่องความจงรักภักดีต่อสโมสรของเขา หลังผลงานที่ผ่านๆ มาไม่น่าประทับใจ เรื่องนี้ แลมแบร์ตี้ เผยว่า “ในเดือนมกราคม มีบางสโมสรติดต่อผมมา แต่ผมไม่รับทันที และผมไม่ได้รายงานเรื่องความสนใจจากสโมสรอื่นๆ ไปยัง นาโปลี เขาไม่ต้องการย้ายทีม และไม่เคยพิจารณาเรื่องพวกนี้เลย”

โทรกลับไทย นอกจากนี้ แลมแบร์ตี้ ยอมรับว่าเข้าใจสิ่งที่สาวกนาโปลีวิพากษ์วิจารณ์นักฟุตบอลที่ไม่ได้อยู่ในฟอร์มร้อนแรงนับตั้งแต่ย้ายมาเล่นกับทีม “แฟนบอลมีการวิจารณ์บ้าง ผมเข้าใจพวกเขา ทีมจ่ายเงินเป็นจำนวนมาก และพวกเขาก็คาดหวังเอาไว้สูง”

Please visit สื่อแฉ!หงส์เล็งสอยอินแลร์หน้าร้อนนี้ for more article.

เสือใต้ไร้ริเบรี่!จัดสำรองบุกรังเนิร์นแบร์ก

“แดร์คลุบ” เนิร์นแบร์ก ของเทรนเนอร์ แกร์ทยาน แฟร์เบค หลังจากสะกดคำว่าชนะในลีกเป็นเกมแรกเหนือ ฮอฟเฟ่นไฮม์ 4-0 เกมล่าสุดฟอร์มหรูต่อเนื่องบุกไปอัด แฮร์ธ่า เบอร์ลิน 3-1 จนอันดับขยับพ้นโซนอันตรายแล้ว

บรรดาแข้งเจ็บอยู่ก่อนแล้วอย่าง มาร์กอส อันโตนิโอ (เข่า), นิคลาส ชตาร์ค (เรียกความฟิต), เอมานูเอล โปกาเตทซ์ (เอ็นกล้ามเนื้อ) และ มาโกโตะ ฮาเซเบะ (หัวเข่าขวา) ยังไม่กลับมาทั้งหมด

ทั้งนี้การจัดทัพมีแนวโน้มที่ แฟร์เบค จะยึดชุดเดิมต่อไป คู่เซนเตอร์แบ็กใช้ ออนเดรจ์ เพทรัค จับคู่ ฮาเวียร์ ปิโนล่า แบ็กซ้ายอาร์เจนไตน์ที่ถูกขยับเข้ามายืนคู่ เกมรุกมี โยซิป เดอร์มิช กับ ดาเนียล กินเช็ค นำกองทัพ ขณะที่ โฆเซ่ กัมปานญ่า แข้งใหม่ป้ายแดงจะมีชื่อในทีมเช่นกัน

ข้ามมาดู “เสือใต้” ภายใต้การคุมทีมของ โจเซป กวาร์ดิโอล่า ที่ทำแต้มนำโด่งเป็นหัวหน้าฝูงและทำสถิติไร้พ่ายเกมลีกมาติดต่อกัน 44 นัด สภาพทีมมีปัญหาเพิ่มขึ้นมาคือการบาดเจ็บของ ฟร้องค์ ริเบรี่ ส่วน โฮลเกอร์ บาดสตูเบอร์ และ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ยังอยู่ในช่วงเรียกความฟิตหลังการผ่าตัด

การจัดทัพจุดน่าสนใจคือ เป๊ป จะปรับจาก 4-2-3-1 ที่ไล่ถล่ม แฟร้งค์เฟิร์ต 5-0 เกมล่าสุดมาเป็น 4-1-4-1 ตามปกติ ตำแหน่งที่ขาดหายไปของ ริเบรี่ จะโยก เซอร์ดาน ชากิรี่ มายืนฝั่งซ้าย และส่ง อาร์เยน ร็อบเบน ลงทำเกมริมเส้นฝั่งขวา

สมัคร ฮอลิเดย์ ตัวทำเกมตรงกลาง โทนี่ โครส ที่ถูกดร็อปจะกลับมาจับคู่ปั้นเกมกับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ที่เพิ่งสร้างสถิติเป็นนักฟุตบอลจ่ายบอลมากที่สุดในลีกเกมล่าสุด หน้าเป้าปรับใช้ โธมัส มุลเลอร์ แทน มาริโอ เกิทเซ่

For related article, please visit เสือใต้ไร้ริเบรี่!จัดสำรองบุกรังเนิร์นแบร์ก.

“เชสนีย์” ขอประทานโทษแฟนปืน-รับ “โคตรอับอาย”

วอจเซียค เชสนีย์ ผู้รักษาประตูมือ 1 ของ อาร์เซนอล เขียนข้อความขอโทษแฟนบอล “เดอะ กันเนอร์ส” ผ่านเฟซบุ๊ก เครือข่ายสังคมออนไลน์ หลังปล่อยให้ ลิเวอร์พูล ยัดเยียดความพ่ายแพ้แบบถล่มทลาย 1-5 ศึก พรีเมียร์ลีก นัดล่าสุด ก่อนยอมรับว่าเป็นเรื่อง “โคตรอับอาย”

เกมเมื่อคืนวันที่ 8 เดือนกุมภาพันธ์ “ปืนโต” โดนถล่มแบบหาทางกลับบ้านไม่ถูกหลังเสียประตูอย่างรวดเร็วถึง 2 ลูกในช่วง 10 นาทีแรกจาก มาร์ติน สเคอร์เทล ก่อนที่ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ กับ ราฮีม สเตอร์ลิง จะช่วยกันเตะเพิ่มช่วยให้ “หงส์แดง” เอาชนะและเขี่ย อาร์เซนอล ตกจากบัลลังก์ผู้นำฝูง

แน่นอนว่าเป็นผลการแข่งขันที่แฟนๆ รับไม่ได้ เช่นเดียวกับ เชสนีย์ ที่แทบไม่ได้โชว์ฟอร์มเซฟเลยเพราะแนวรับเพื่อนร่วมทีมโดนเจาะทะลุทะลวงต่อเนื่อง ซึ่งในที่สุดหลังจบเกมเจ้าตัวก็ถอดถุงมือเขียนข้อความขอโทษแฟนๆ พร้อมระบายความรู้สึกอันเจ็บปวดผ่าน เฟซบุ๊ก

ฮอลิเดย์ เข้าไม่ได้ “นั่นเป็นเรื่องที่โคตรน่าอับอายที่สุด ขอประทานโทษทุกคนด้วยสำหรับใครก็ตามที่นั่งชมเกมจนจบ 90 นาที” นายด่านทีมชาติโปแลนด์ ระบุ ซึ่งจากนี้ “ปืนโต” มีโปรแกรมหนักต้องเปิดบ้านเจอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วันที่ 12 เดือนกุมภาพันธ์ ก่อนเตรียมฉะกับ บาเยิร์น มิวนิก ศึก ยูฟา แชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดแรก วันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้

For related article, please visit “เชสนีย์” ขมาแฟนปืน-รับ “โคตรอับอาย”.

“เชสนีย์” ขอโทษขอโพยแฟนปืน-รับ “โคตรอับอาย”

วอจเซียค เชสนีย์ ผู้รักษาประตูมือ 1 ของ อาร์เซนอล เขียนข้อความประทานโทษแฟนบอล “เดอะ กันเนอร์ส” ผ่านเฟซบุ๊ก เครือข่ายสังคมออนไลน์ หลังปล่อยให้ ลิเวอร์พูล ยัดเยียดความปราชัยแบบถล่มทลาย 1-5 ศึก พรีเมียร์ลีก นัดล่าสุด ก่อนยอมรับว่าเป็นเรื่อง “โคตรอับอาย”

เกมเมื่อคืนวันที่ 8 เดือนกุมภาพันธ์ “ปืนโต” โดนถล่มแบบหาทางกลับบ้านไม่ถูกหลังเสียประตูอย่างรวดเร็วถึง 2 ลูกในช่วง 10 นาทีแรกจาก มาร์ติน สเคอร์เทล ก่อนที่ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ กับ ราฮีม สเตอร์ลิง จะช่วยกันยิงเพิ่มช่วยให้ “หงส์แดง” มีชัยและเขี่ย อาร์เซนอล ตกจากบัลลังก์ผู้นำฝูง

แน่นอนว่าเป็นผลการแข่งขันที่แฟนๆ รับไม่ได้ เช่นเดียวกับ เชสนีย์ ที่แทบไม่ได้โชว์ฟอร์มเซฟเลยเพราะแนวรับเพื่อนร่วมทีมโดนเจาะทะลุทะลวงต่อเนื่อง ซึ่งในที่สุดหลังจบเกมเจ้าตัวก็ถอดถุงมือเขียนข้อความขอโทษแฟนๆ พร้อมระบายความรู้สึกอันเจ็บปวดผ่าน เฟซบุ๊ก

ฮอลิเดย์ เข้าไม่ได้ “นั่นเป็นเรื่องที่โคตรน่าอับอายที่สุด ขอประทานโทษทุกคนด้วยสำหรับใครก็ตามที่นั่งชมเกมจนจบ 90 นาที” นายด่านทีมชาติโปแลนด์ ระบุ ซึ่งจากนี้ “ปืนโต” มีโปรแกรมหนักต้องเปิดบ้านเจอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วันที่ 12 เดือนกุมภาพันธ์ ก่อนเตรียมฉะกับ บาเยิร์น มิวนิก ศึก ยูฟา แชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดแรก วันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้

Please visit “เชสนีย์” ขออภัยแฟนปืน-รับ “โคตรอับอาย” for related article.

“9 สตาร์ดัง” ฝ่าไปถ้วยเอเชีย

ศึก “เอเอฟซี แชมเปียนส์ ลีก 2014” ใกล้จะเปิดม่านอย่างเป็นทางการแล้ว และปีนี้ก็มีนักเตะชื่อดังเตรียมลงประชันฝีเท้ามากมาย “ชมณัฐ” จึงขอคัด 9 แข้งที่เคยวาดลวดลายสร้างชื่อในลีกชั้นนำระดับโลกก่อนที่จะย้ายมาค้าแข้งยังทวีปเอเชียและมีสิทธิ์ที่จะได้ลงฟาดแข้งในถ้วยใบนี้มาให้ได้อ่านกันเป็นการเรียกน้ำย่อย

ราอูล กอนซาเลซ(อัล ซาดด์) : ตำนานกองหน้าของ รีล มาดริด และทีมชาติสเปน ย้ายมาขุดทองยัง สตาร์ส ลีก กาตาร์ ในช่วงบั้นปลายอาชีพ แม้อายุอานามจะปาเข้าไป 36 ปีแล้ว แต่ก็ยังไว้ลายสมราคาดาวยิงสูงสุดยูฟา แชมเปียนส์ลีก(71 ประตู) ตะบันให้กับ อัล ซาดด์ ไปแล้ว 10 ตุง จาก 34 นัด

ดิเอโก ฟอร์ลัน(เซเรโซ โอซากา) : หอกทีมชาติอุรุกวัย ย้ายมาหาความท้าทายใน เจ-ลีก ญี่ปุ่น สดๆร้อนๆเมื่อกลางเดือนมกราคม ที่ผ่านมา จึงทำให้มีสิทธิ์ได้ลงชนกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่อยู่ร่วมกันในกลุ่มอี ซึ่งถือเป็นไฮไลท์ที่น่าจับตาไม่น้อยว่า ในวัย 34 ปี เจ้าของดีกรีดาวซัลโวลีกยุโรป 2 สมัย (ซีซั่น 2004-2005 และ 2008-2009) จะสำแดงเดชใส่ทัพเซราะกราวได้หรือไม่

วากเนอร์ เลิฟ(ซานตง ลู่เหนิง) : สร้างชื่อเป็นพลุแตกกับ ซีเอสเคเอ มอสโก คว้าทั้งดาวซัลโว รัสเซียน พรีเมียร์ ลีก และ ยูฟา คัพ ช่วงปี 2008-2009 ก่อนจะพลิกชีวิตย้ายมาร่วมทัพ ซานตง ลู่เหนิง พร้อมกดไป 6 ประตู จาก 10 นัดช่วยต้นสังกัดคว้ารองแชมป์ ไชน่า ซูเปอร์ ลีก ได้ในวัย 29 ปี

ลูโช กอนซาเลซ(อัล เรย์ยาน) : อดีตกองกลางตัวยิ่งใหญ่ของ เอฟซี ปอร์โต และ โอลิมปิก มาร์กเซย์ ประเดิมประตูแรกในสีเสื้อใหม่ได้ตั้งแต่นัดแรกที่ลงสนาม และนอกจากมิดฟิลด์ชาวอาร์เจนไตน์วัย 33 ปี แล้ว เจ้าของแชมป์บอลถ้วยจากกาตาร์ ยังดึง ยาคูบู อเย็กเบนี หอกไนจีเรีย วัย 31 ปี มาเสริมแข็งแกร่งให้กับทีมอีกด้วย

หลุยส์ ฆิมิเนซ(อัล อาห์ลิ) : ตัวจี๊ดชิลี วัย 29 ปี พกประสบการณ์จาก กัลโช เซเรีย อา อิตาลี มาโชกโชน ก่อนจะเป็นกำลังหลักให้กับทีมดังจากยูเออี กระทุ้งไปแล้ว 31 ประตู ใน 3 ฤดูกาลที่ลงเล่น โดยซีซันที่ผ่านมาเพิ่งพาต้นสังกัดคว้าแชมป์บอลถ้วย พร้อมจบด้วยรองแชมป์ลีกสูงสุด(อราเบียน กัลฟ์ ลีก) และปัจจุบันกำลังนำจ่าฝูง

simpson.viva9988 ฮูโก เวียนา(อัล อาห์ลิ) : มิดฟิลด์ฝอยทอง วัย 31 ปี ย้ายเข้ามาผนึกกำลังกับ ฆิมิเนซ จนช่วยให้ต้นสังกัดนำเป็นจ่าฝูงในปัจจุบัน เรื่องประสบการณ์หายห่วงผ่านมาทั้ง อังกฤษ(นิวคาสเซิล), สเปน(บาเลนเซีย) และ โปรตุเกส(สปอร์ติง ลิสบอน, บรากา) โดยซีซันนี้ทำไปแล้ว 2 ประตู

Please visit “9 สตาร์ดัง” ลุยถ้วยเอเชีย for related post.

“9 สตาร์ดัง” บุกถ้วยเอเชีย

ศึก “เอเอฟซี แชมเปียนส์ ลีก 2014” ใกล้จะเปิดม่านอย่างเป็นทางการแล้ว และปีนี้ก็มีนักฟุตบอลชื่อดังเตรียมลงประชันฝีเท้ามากมาย “ชมณัฐ” จึงขอคัด 9 แข้งที่เคยวาดลวดลายสร้างชื่อในลีกชั้นนำระดับโลกก่อนที่จะย้ายมาค้าแข้งยังทวีปเอเชียและมีสิทธิ์ที่จะได้ลงฟาดแข้งในถ้วยใบนี้มาให้ได้อ่านกันเป็นการเรียกน้ำย่อย

ราอูล กอนซาเลซ(อัล ซาดด์) : ตำนานกองหน้าของ รีล มาดริด และทีมชาติสเปน ย้ายมาขุดทองยัง สตาร์ส ลีก กาตาร์ ในช่วงบั้นปลายอาชีพ แม้อายุอานามจะปาเข้าไป 36 ปีแล้ว แต่ก็ยังไว้ลายสมราคาดาวเตะสูงสุดยูฟา แชมเปียนส์ลีก(71 ประตู) ตะบันให้กับ อัล ซาดด์ ไปแล้ว 10 ตุง จาก 34 นัด

ดิเอโก ฟอร์ลัน(เซเรโซ โอซากา) : หอกทีมชาติอุรุกวัย ย้ายมาหาความท้าทายใน เจ-ลีก ญี่ปุ่น สดๆร้อนๆเมื่อกลางเดือนมกราคม ที่ผ่านมา จึงทำให้มีสิทธิ์ได้ลงปะทะกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่อยู่ร่วมกันในกลุ่มอี ซึ่งถือเป็นไฮไลท์ที่น่าจับตาไม่น้อยว่า ในวัย 34 ปี เจ้าของดีกรีดาวซัลโวลีกยุโรป 2 สมัย (ฤดู 2004-2005 และ 2008-2009) จะสำแดงเดชใส่ทัพเซราะกราวได้หรือไม่

วากเนอร์ เลิฟ(ซานตง ลู่เหนิง) : สร้างชื่อเป็นพลุแตกกับ ซีเอสเคเอ มอสโก คว้าทั้งดาวซัลโว รัสเซียน พรีเมียร์ ลีก และ ยูฟา คัพ ช่วงปี 2008-2009 ก่อนจะพลิกชีวิตย้ายมาร่วมทัพ ซานตง ลู่เหนิง พร้อมกดไป 6 ประตู จาก 10 นัดช่วยต้นสังกัดคว้ารองแชมป์ ไชน่า ซูเปอร์ ลีก ได้ในวัย 29 ปี

ลูโช กอนซาเลซ(อัล เรย์ยาน) : อดีตกองกลางตัวยิ่งใหญ่ของ เอฟซี ปอร์โต และ โอลิมปิก มาร์กเซย์ ประเดิมประตูแรกในสีเสื้อใหม่ได้ตั้งแต่นัดแรกที่ลงสนาม และนอกจากมิดฟิลด์ชาวอาร์เจนไตน์วัย 33 ปี แล้ว เจ้าของแชมป์บอลถ้วยจากกาตาร์ ยังดึง ยาคูบู อเย็กเบนี หอกไนจีเรีย วัย 31 ปี มาเสริมแข็งแกร่งให้กับทีมอีกด้วย

หลุยส์ ฆิมิเนซ(อัล อาห์ลิ) : ตัวจี๊ดชิลี วัย 29 ปี พกประสบการณ์จาก กัลโช เซเรีย อา อิตาลี มาโชกโชน ก่อนจะเป็นกำลังหลักให้กับทีมดังจากยูเออี กระทุ้งไปแล้ว 31 ประตู ใน 3 ฤดูกาลที่ลงเล่น โดยซีซันที่ผ่านมาเพิ่งพาต้นสังกัดคว้าแชมป์บอลถ้วย พร้อมจบด้วยรองแชมป์ลีกสูงสุด(อราเบียน กัลฟ์ ลีก) และปัจจุบันกำลังนำจ่าฝูง

simpson.viva9988 ฮูโก เวียนา(อัล อาห์ลิ) : มิดฟิลด์ฝอยทอง วัย 31 ปี ย้ายเข้ามาผนึกกำลังกับ ฆิมิเนซ จนช่วยให้ต้นสังกัดนำเป็นจ่าฝูงในปัจจุบัน เรื่องความชำนาญหายห่วงผ่านมาทั้ง อังกฤษ(นิวคาสเซิล), สเปน(บาเลนเซีย) และ โปรตุเกส(สปอร์ติง ลิสบอน, บรากา) โดยซีซันนี้ทำไปแล้ว 2 ประตู

Read more article at “9 สตาร์ดัง” ฝ่าไปถ้วยเอเชีย.

“แมนนิง” แพะรับความผิดซูเปอร์โบว์ล

อเมริกัน ฟุตบอล เอ็นเอฟแอล (NFL) ฤดูกาล 2013/14 ปิดฉากกันไปแล้ว ก็ขอแสดงความยินดีด้วยกับแฟนๆ ซีแอตเทิล ซีฮอว์คส กับแชมป์ซูเปอร์โบว์ล สมัยแรกของแฟรนไชส์ ที่บอกได้คำเดียวว่าคู่ควร พร้อมกันนี้ต้องแสดงความทุกข์ใจกับสาวก เดนเวอร์ บรองโกส์ ที่ต้องยอมรับความแพ้ชนิดที่เชื่อเหลือเกินว่าก็ไม่มีใครคาดฝัน

คำพูดที่ว่า “เกมรุกมีไว้ขายตั๋ว” กับ “เกมรับมีไว้เป็นแชมป์” จะยังเป็นประโยคคลาสสิกที่ใช้ได้ไม่เคอะเขินต่อไป ในเมื่อทีมรับอันดับ 1 ของลีก ชัตดาวน์ ทีมบุกอันดับ 1 NFL ได้อย่างเห็นผลในซูเปอร์โบว์ล ครั้งที่ 48 ซึ่งปัจจัยใดที่ส่ง “เหยี่ยวทะเล” บินจิก “วินซ์ ลอมบาร์ดี โทรฟี” คงไม่ต้องพูดถึงกันมากแล้ว บอกได้แค่ว่าเกมชิงแชมป์ “ความประจวบเหมาะ” ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพย์ตัน แมนนิง และผองเพื่อนก่อความผิดพลาดมากเกินไป เผอิญว่า ซีฮอว์คส ฉวยไปเปลี่ยนเป็นผลประโยชน์ตัวเองได้ดี สกอร์ 43-8 จึงเป็นบทสรุปถึงความแตกต่างได้อย่างชัดเจน

แต่ประเด็นที่โหมกระพือหลัง ซูเปอร์โบว์ล กลายเป็นว่า หลายฝ่ายยิ่งตอกคำถามที่ว่า แมนนิง คู่ควรกับการเป็นตำนาน NFL หรือไม่ ซึ่งก่อนแมตช์ก็เริ่มมีการพูดถึงเรื่องนี้ เจ้าตัวเผยกับสื่อเองว่าไม่ได้คิดถึงเรื่องตำนานอะไรเลย ไว้เลิกไป อายุ 70 ปี ค่อยมาว่ากัน ถึงตอนนั้น แมนนิง อาจกลายเป็นผู้สั่งการโค้ชที่นำต้นสังกัดใดก็ตามกวาดแชมป์เป็นว่าเล่นก็ได้ ด้วยมันสมองและประสบการณ์อันโชกโชน ขณะที่ จอห์น เอลเวย์ รองประธานฝ่ายจัดการด้าน (อเมริกัน) ฟุตบอล บรองโกส์ ยังต้องออกมาแสดงความคิดเห็นถึงเรื่องดังกล่าว โดยชี้ แมนนิง ยังไม่ถึงเวลาขึ้นเป็นตำนาน แต่ถ้าถามว่านี่คือ ควอเตอร์แบ็กที่เก่งสุดคนหนึ่งของวงการใช่หรือไม่ เชื่อว่าคำตอบคงไม่ต่างกันนัก

ตัวเลขสถิติไม่เคยโกหกใคร แน่นอน แมนนิง คือสุดยอดควอเตอร์แบ็ก ซีซันนี้ขว้างบอลได้ระยะ 5,477 หลา 55 ทัชดาวน์ นำทัพ “ม้าป่า” โขยกชัย 15 แพ้ 4 เกม ฤดูกาลปกติพาทีมได้ไป 606 แต้ม 76 ทัชดาวน์ ทุบสถิติที่ ทอม เบรดี ทำไว้กับ นิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ ปี 2007 ที่ได้มา 589 แต้ม 75 ทัชดาวน์ อีกทั้ง แมนนิง ซึ่งได้รับเลือกเป็น “ผู้เล่นทรงคุณค่า” (MVP) สมัยที่ 5 ยังเข้าเพลย์ออฟบอมบ์อีก 910 หลา 5 ทัชดาวน์ในสามเกม แต่เส้นทางการขึ้นเป็น “ตำนาน” ดันมาสะดุดที่ เม็ตไลฟ์ สเตเดียม ทำให้การเข้าชิงแชมป์ประเทศของ แมนนิง 3 หน จบลงด้วยรอยยิ้มเพียงแค่ครั้งเดียว คือปี 2007 ที่นำพลพรรค “เกือกม้า” อินเดียนาโปลิส โคลต์ส โขยกชัยใส่ ชิคาโก แบร์ส ส่วนความพ่ายแพ้ 2 ครั้ง ก็ต้องยอมรับว่าสู้ นิวออร์ลีนส์ เซ็นต์ส (ปี 2010) และ ซีฮอว์คส ในปีนี้ไม่ได้จริงๆ

โรงแรมสระแก้ว ที่สำคัญ แมนนิง ยังสถิติไม่ดีเอาเสียเลยในการพาต้นสังกัดลุยเพลย์ออฟ ชนะแค่ 11 แพ้ 12 เกม ทั้งตอนเล่นให้ โคลต์ส และปัจจุบันอยู่กับ บรองโกส์ จึงยิ่งเป็นชนวนต่อยอดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ นำโดย ดีออน แซนเดอร์ อดีตซุปตาร์ ดัลลัส คาวบอยส์ ที่แสดงทรรศนะทำนอง แมนนิง จะเป็นตำนานได้อย่างไร ในเมื่อลงเล่นเกมใหญ่สถิติไม่ดี ขณะ โจ ไธส์แมน อดีตจอมทัพ วอชิงตัน เรดสกินส์ ดีกรีแชมป์ซูเปอร์โบว์ล 1 สมัย ถึงกับแนะให้ แมนนิง รีไทร์ เนื่องจาก พลังแขนไม่มีแล้ว กอปรกับอาการบาดเจ็บบริเวณคอต่อไปยังกระดูกสันหลัง ดูส่งผลอยู่พอสมควร

For related post, please visit “แมนนิง” แพะรับกรรมซูเปอร์โบว์ล.

ปัญหาเดิม!มอยส์รับผีไม่คมทำเจ๊าเจ้าสัว

เดวิด มอยส์ กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด ระบุ ทีมของตนต้องชดใช้ความพลั้งพลาดที่จบสกอร์ได้ไม่ดีพอ ทั้งที่มีโอกาสบานเบอะ ในเกมที่เจ๊ากับ ฟูแล่ม 2-2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พร้อมชี้ กองหลังเองก็ประมาทนิดๆ เช่นกัน ที่เคลียร์บอลไม่ขาด

เดวิด มอยส์ ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยอมรับว่า ลูกทีมของตนพลาดเอง ที่เปลี่ยนโอกาสอันมากมายเป็นประตูไม่ได้ จนส่งผลให้ “ปีศาจแดง” ทำได้เพียงเปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เสมอกับ ฟูแล่ม 2-2 ในเกมลีก เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 เดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

เกมนี้เป็นทีมเยือนที่ทำช็อก ขึ้นนำไปก่อนจาก สตีฟ ซิดเวลล์ ในนาทีที่ 19 แต่เจ้าถิ่นมาพลิกแซงนำ 2-1 ในช่วงระยะเวลาแค่ 2 นาที จากผลงานของ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ กับ ไมเคิ่ล คาร์ริค ในนาทีที่ 78 และ 80 ตามลำดับ ซึ่งตอนแรก แมนฯ ยูไนเต็ด ทำท่าว่าจะเก็บ 3 แต้มเต็มได้แล้ว ทว่าสุดท้าย “เจ้าสัวน้อย” มาตามตีเสมอได้จาก ดาร์เรน เบนท์ ในช่วงทดเวลาเจ็บ

มอยส์ ให้สัมภาษณ์กับ บีบีซี สปอร์ต สื่อกีฬาชื่อดังของเมืองผู้ดีว่า “ฤดูกาลนี้มันเป็นอย่างนั้นแหละ วันนี้มันแย่ที่สุดเท่าที่จะแย่ได้แล้ว เราครองเกมเอาไว้ได้หมดแล้วแท้ๆ การตามหลังไปก่อน 1 ลูก ก็นับเป็นสิ่งที่แย่พอแล้ว จำนวนครั้งของการพยายามยิงประตู, โอกาสที่มี และการเล่นที่เราทำได้มันน่าเหลือเชื่อมาก ผมไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าทำไมเราถึงไม่เอาชนะ”

โทรผ่านเน็ต “อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือประตู คุณจะครองบอลมากแค่ไหนก็ได้ (แต่ไม่สำคัญเท่าการยิงประตูได้) เราควรจะเตะให้ได้มากกว่านี้ คุณต้องพยายามทำให้มันได้ผล วันนี้บรรดานักเตะพยายามทำอย่างนั้น และสุดท้ายเราก็ทำประตูได้ แต่ผมผิดหวังมากกว่าเดิมที่เราหนีห่างเป็น 3-1 ไม่ได้ ส่วนแผงหลังของเราก็เลินเล่อนิดๆ และเราควรที่จะเคลียร์บอลให้ขาด แต่เราไม่ได้ทำอย่างนั้น และสุดท้ายมันก็ส่งผลร้ายกับเรา” กุนซือชาวสกอตต์ ระบุ

For more content, please visit ปัญหาเดิม!มอยส์รับผีไม่คมทำเสมอเจ้าสัว.

เริ่มทนไม่ไหว!ผีเล็งปลดมอยส์หวนดึงเฟอร์กี้กู้สถานการณ์

คอทออฟไซด์ เว็บไซต์ ชื่อดังตีข่าว ตระกูล เกลเซอร์ เจ้าของทีม แมนฯ ยูไนเต็ด เริ่มหมดความอดทนกับผลงานการคุมทีมของ เดวิด มอยส์ ทำให้มีข่าวลือว่าพวกเขาเตรียมที่จะให้ออก มอยส์ และให้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อดีตกุนซือ ”ปีศาจแดง” เข้ามาคุมทีมเป็นการชั่วคราว

แมนฯ ยูไนเต็ด ทำได้แค่เสมอกับ ฟูแล่ม ทีมบ๊วย ไป 2-2 ในเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้พวกเขาตามหลังลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 4 ซึ่งเป็นอันดับสุดท้ายที่จะไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ถึง 9 แต้ม ซึ่งหาก แมน ยูฯ ไม่ได้ลงเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูหน้า จะส่งผลต่อฐานนะการเงินของสโมสรเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ในช่วงตลาดเปิดรอบสอง เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา มอยส์ คว้า ฆวน มาต้า มิดฟิลด์ทีมชาติสเปน ของเชลซี มาร่วมทีม ด้วยค่าตัวสูงสุด เป็นสถิติใหม่ของสโมสร แต่ผลงานของแชมป์เก่าก็ยังไม่ดีขึ้น โดยจาก 24 นัดในพรีเมียร์ลีก พวกเขาแพ้ไปถึง 8 เกม นอกจากนั้นยังพ่ายสวอนซี ตกรอบสาม เอฟเอ คัพ และแพ้ ซันเดอร์แลนด์ ในรอบตัดเชือก ลีก คัพ ทำให้เหลือความหวังถ้วยเดียวคือ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่จะพบกับ โอลิมเปียกอส ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย

ที่พัก อรัญประเทศ ดังนั้น คาดกันว่า มีความพยายามที่จะให้เฟอร์กูสัน เข้ามา กอบกู้ สถานการณ์ของทีมอีกครั้ง หลังจากที่มอยส์ไม่ได้รับการยอมรับจากบรรดานักฟุตบอลตัวเก๋าในทีม “ปีศาจแดง”ที่ประสบความสำเร็จมาอย่างมากมาย ส่วนมอยส์ยังไม่เคยคุมทีมเป็นแชมป์เลย นอกจากนั้น หากว่าครอบครัวเกลเซอร์ไม่สามารถโน้มน้าวให้เฟอร์กูสันกลับมาคุมทีมได้ พวกเขาอาจจะตั้งผู้เล่นอย่าง ไรอัน กิ๊กส์ ที่ทำหน้าที่เป็นโค้ชด้วยในเวลานี้ ขึ้นมาคุมทีมเป็นการชั่วคราว โดยให้ ฟิล เนวิลล์ เป็นผู้ช่วย ก่อนที่จะไปหา ผู้สั่งการทีมถาวรในช่วงปิดฤดู

For more post, please visit เริ่มทนไม่ไหว!ผีเล็งปลดปล่อยมอยส์หวนดึงเฟอร์กี้กู้สถานการณ์.